Skip to content

Floral Inspiration Edutainment

RakDok (รักดอก)

รัก สวาด โศก พันธุ์ไม้ดอกงามกับความเชื่อเรื่องรักแบบไทยๆ


  • 5 มิถุนายน 2020
  • 647 Views
รัก สวาด โศก พันธุ์ไม้ดอกงามกับความเชื่อเรื่องรักแบบไทยๆ

    ไม่มีดอกไม้อัปมงคล นอกจากโดนยัดเยียดตราหน้า

    เพราะความรักมักตามมาด้วยเรื่องพิศวาส และอาจจบลงด้วยบทโศก นี่คือฟากหนึ่งของวัฏจักรและบทลงเอยความสัมพันธ์มนุษย์ แต่เมื่อปรากฏนามแห่งพันธุ์ไม้ซึ่งมีเสียงพ้องกับสามเลเวลแห่งรักที่ว่า รัก – สวาด – โศก วิสัยช่างเปรียบเปรยและถนัดนักกับการผูกโยงเรื่องตามแบบฉบับของชาวไทย จึงอดไม่ได้ที่จะนำพันธุ์ไม้กับความรักมาเชื่อมกันเป็นเรื่องเดียว

    ในบรรดาชนชาติที่ได้ชื่อว่ามีความเชื่อหยั่งรากลึกอยู่ในชีวิตจิตใจ ต้องมีคนไทยยืนยืดอกภูมิใจอยู่หัวแถวอย่างแน่นอน เพราะเรามีความเชื่อมากมายรายล้อมรอบตัว ตั้งแต่เรื่องการกิน การเดินทาง การแต่งกาย ไปจนถึงการนอน! และหนึ่งในนั้นคือความเชื่อในเรื่องรัก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรื่องหลักเรื่องใหญ่ของมนุษย์แทบทุกผู้ทุกคน
    เรามีสามพันธุ์ไม้ยืนต้นอย่างต้นรัก ต้นสวาด และต้นโศก เป็นตัวละครสำคัญในครั้งนี้ เราจึงอยากชวนคุณมาลงรายละเอียดกับสามพันธุ์ไม้แห่งความเชื่อให้ลึกลงไป แล้วคุณอาจทั้งงงทั้งเซอร์ไพรส์กับบางเรื่องราวก็ได้ ใครจะรู้?

    รัก

    รักเป็นไม้เก่าแก่ซึ่งมีอยู่ในประเทศไทยมาช้านาน ว่ากันว่าต้นรักที่อยู่ในบ้านเรามีถิ่นกำเนิดมาจากอินเดีย แต่เรื่องราวกลับกลายเป็นเหมือนหนังคนละม้วนเมื่อข้ามเขตแดนมา เพราะที่อินเดียต้นไม้ชนิดนี้มีนามว่า ‘อรัก’ ซึ่งแปลว่าไม่รัก หากเมื่อเช็คอินที่เมืองไทย ‘อรัก’ กลับพลิกผันจากร้ายเป็นดี เพราะ ‘อ’ นั้นหายไป เหลือไว้แค่เพียง ‘รัก’ ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ ดอกรักจึงคืบคลานเข้ามาเป็นหนึ่งในดอกไม้ที่มักมีบทบาทในงานสมรสสมรักของชาวไทยไปโดยปริยาย ไม่ว่าจะนำมาร้อยมาลัยคล้องคอบ่าวสาว ใช้ใบมาวางรองพานสินสอดทองหมั้นในพิธีการสู่ขอ ใส่พานขันหมากในวันงานแต่ง ใช้จัดวางในพานรองรับน้ำสังข์ ไปจนกระทั่งใช้โปรยบนที่นอนของคู่แต่งงานในพิธีการส่งตัว ทั้งหมดนี้สืบเนื่องมาจากชื่อ ‘รัก’ ซึ่งแค่ฟังก็ช่างสดชื่นหอมหวานยวนยั่วนักในความรู้สึกของมนุษย์ทั้งหลาย และด้วยความเชื่อในชื่อที่เชื่อมโยงถึงความเสน่หา ในอดีตจึงมีการนำรากของต้นรักซ้อนที่มีกลีบดอกหลายชั้น มาแกะสลักเป็นพระปิดตา นางกวัก หรือสลักเป็นรูปเด็ก นำไปแช่ในขวดน้ำมันจันทน์คู่กับรูปสลักที่แกะจากไม้มะยม ซึ่งบุรุษยุคก่อนมักนิยมพกติดตัวเมื่อออกจากบ้าน อันเป็นที่มาของตำนานเร้นลับเรื่อง รัก – ยม ซึ่งยังมีคนเชื่อถือกันจนถึงปัจจุบัน ว่าให้คุณในเรื่องของเมตตามหานิยมและโชคลาภ นอกจากดอกและรากแล้ว ใบของต้นรักยังมักมีคนนำมาใช้ทำเสน่ห์ยาแฝดอีกด้วย แต่แม้คุณสมบัติและชื่อเรียกจะฟังดูดี แต่น่าแปลกไหม ที่ไม่ใคร่จะมีใครนำต้นรักเข้ามาปลูกประดับในบ้าน นั่นก็เพราะมีความเชื่ออีกด้านว่า หากปลูกต้นรักในบ้าน จะทำให้มีความรักที่ยุ่งยากขึ้น ทำให้คนในบ้านกลายเป็นคนมากรัก มากตัณหา ไม่มีสิ้นสุด ซึ่งคาดว่าความเชื่อนี้ส่วนหนึ่งอาจมาจากกุศโลบายของคนในยุคก่อน เพื่อซ่อนความจริงที่ว่ายางจากต้นรักเป็นอันตรายต่อผิวพรรณ การปลูกต้นรักในบ้านจึงอาจก่อให้เกิดเหตุร้ายได้เมื่อพลั้งเผลอ และด้วยนิสัยแบบไทยสไตล์ ก็ย่อมบวกความเชื่อเข้าไปกับเหตุผล เพื่อเพิ่มความขลังในการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้คนในบ้านนั่นเอง

    สวาด

    หากความรักเริ่มขึ้นเมื่อใด สายสัมพันธ์แห่งความพิศวาสซึ่งกันและกันย่อมเป็นอารมณ์ในลำดับถัดมา ต้นสวาดจึงเป็นพันธุ์พฤกษาที่ตีคู่มากับต้นรักในเรื่องความเชื่อในบ้านเรา สวาดเป็นไม้ค่อนข้างใหญ่ พบได้บริเวณป่าใกล้ทะเลทางภาคตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งอาจพบไม่ง่ายนักในปัจจุบัน หลายส่วนของต้นสวาดมีฤทธิ์เป็นยาสมุนไพร ดอกมีลักษณะคล้ายกล้วยไม้ เป็นช่อสีเหลืองและจะผลิบานแค่เพียงปีละครั้ง

    ในงานมงคลสมรสแบบไทย นิยมใช้ยอดใบสวาดรองพานขันหมากหรือสินสอดเคียงไปกับยอดใบรัก เพราะถือเป็นสิ่งของมงคลที่พ้องเสียงกับ ‘ยอดรัก – ยอดสวาท’ เพื่อเน้นเป็นเคล็ดในเรื่องความลุ่มหลงรักใคร่ซึ่งกันและกัน อันเป็นสิ่งที่คู่สมรสพึงมี อีกหนึ่งอย่างที่เกี่ยวพันกับความเชื่อของไทยในเรื่องนี้ ได้แก่ลูกสวาด อันมีสีเทาเฉพาะตัว เรียกกันว่า ‘สีสวาด’ ซึ่งคุ้นหูกันเป็นอย่างมากเมื่อนำมาเปรียบกับสีของแมวพันธุ์ไทยโบราณ โดยปัจจุบันเขียนเพี้ยนรูปมาเป็นแมวสีสวาทดังที่เราคุ้นตา คนโบราณเชื่อว่าลูกสวาดมีฤทธิ์อาถรรพ์ในตัว จึงนิยมนำไปปลุกเสกและพกไว้ข้างกาย ด้วยความเชื่อในเสน่ห์เมตตามหานิยม แต่กว่าจะได้สมสวาทดังใจ ผู้เก็บจำต้องฝ่าด่านหนามอันแหลมคมยุ่บยั่บที่มีอยู่ทั่วทั้งต้นเข้าไปเพื่อเก็บเกี่ยว และหากเผลอโดนหนามสวาดปักเข้าเมื่อไหร่ ก็ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานในการถ่ายถอนเชียวละ แถมต้นสวาดยังโตไวและเลื้อยพันเกาะเกี่ยวบริเวณพื้นที่รอบตัวอย่างได้รวดเร็ว เป็นความบังเอิญ ซึ่งเหมือนเป็นการตอกย้ำแก่มนุษย์ทั้งหลายให้ตระหนักว่า ทั้ง ‘พิษสวาด’ และ ‘พิศวาส’ นั้น เป็นสิ่งใกล้ตัวที่ยวนยั่วให้มนุษย์เดินเข้าไปหาและติดกับดักได้ง่ายๆ แล้วเมื่อใครพลาดเอาตัวเข้าไปเกี่ยวพัน ก็มีอันต้องเจ็บกันไปแทบทุกราย! หรือใครจะเถียงว่าไม่จริง?

    โศก

    มีการสันนิษฐานว่าชาวไทยมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับต้นโศกกันในสมัยอยุธยา และนามของต้นโศกยังถูกนำมาเปรียบเปรยเอาไว้ในวรรณคดีหลายต่อหลายเรื่อง ต้นโศกกลายเป็นตัวแทนของต้นไม้แห่งความทุกข์ตรมหมองเศร้า ดังเรื่องราวบางตอนใน ‘รามเกียรติ์’ ตอนที่นางสีดามองหาทำเลจะลาโลกหลังจากโดนทศกัณฐ์ลักตัวมา นางสีดาก็เลือกจะใช้กิ่งก้านสาขาของต้นโศก นี่ละเป็นที่โยงผ้าผูกคอ หรือใน ‘นิราศพระประธม’ ของพระสุนทรโวหาร ก็ยังยกดอกโศกมาแทนความหมายของการร้างลาจากนางผู้เป็นที่รัก ความว่า ‘น้ำค้างพรมลมชายระบายโบก หอมดอกโศกเศร้าสร้อยละห้อยหวน เหมือนโศกร้างห่างเหเสน่ห์นวล มาถึงสวนโศกช้ำระกำทรวง’ แต่หากอยากมองหาคำเปรียบเปรยที่อัพเดทขึ้นมาอีกหน่อย ก็ยังพบอารมณ์หมองของดอกโศกได้ในตอนหนึ่งของกวีนิพนธ์ชุด ‘บทสุดท้ายของนิยายรัก’ จากปลายปากกาของ เฉลิมศักดิ์ รงคผลิน หรือ หยก บูรพา เจ้าของบทประพันธ์ ‘อยู่กับก๋ง’ ซึ่งเชื่อว่าเกือบทุกคนต้องรู้จัก วรรคทองที่หลายคนหลงใหลนั้นโยงใยถึงต้นไม้กับความรักเอาไว้ว่า ‘ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน และอาจเป็นเช่นนี้ชั่วชีวัน เมื่อรักอันแจ่มกระจ่างกลับร้างไกล’ – – เห็นภาพกันชนิดเต็มอกเลยไหม ว่าดอกโศกนั้นเป็นตัวแทนของความรักและการจากลา มากกว่าความหมายในแง่ดีแน่นอน และนี่คือตัวอย่างของความเชื่ออันฝังรากลึกของชาวไทย ว่า ‘โศก’ เป็นพันธุ์ไม้ต้องห้ามที่จะทำให้ผู้ปลูกหรือครอบครองเกิดความอัปมงคล ทั้งที่ความจริงแล้ว ในอินเดียซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของต้นโศกที่ถูกนำมาปลูกในไทย กลับเรียกขานนามไม้ชนิดนี้ว่า ‘อโศก’ ซึ่งแปลว่าไร้ซึ่งทุกข์ และนับเป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้มงคลตามความเชื่อของพวกเขา หากเมื่อเดินทางมาถึงบ้านเรา ‘อ’ ในชื่อนั้นกลับหล่นหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ คล้ายกันกับเคสของต้นรัก โศกจึงโดนปัดตกจากการถูกจัดอยู่ในพันธุ์ไม้มงคล มาอยู่ในฝั่งตรงข้ามตามที่คนปัจจุบันเข้าใจ ทั้งที่ความจริงแล้ว ต้นโศกเป็นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและมีดอกงดงามจับตา แถมยังส่งกลิ่นหอมชื่นใจลอยมาตามลมให้ผู้คนได้ดอมดมกันในระยะไกล โศกจึงเป็นพันธุ์ไม้อีกหนึ่งชนิดที่ชีวิตพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังเท้า เพียงเพราะโดนคนในอดีตตัดเอา ‘อ’ ออกจากชื่อไป!

    ความเชื่อในเรื่องความรักกับดอกไม้ของคนไทยยังมีอีกไม่น้อย โดยเฉพาะความเชื่อที่ฝังรูปรอยกันมาจากการพ้องเสียงของชื่อพันธุ์ไม้กับอารมณ์ของมนุษย์ หากมีโอกาสจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกในครั้งหน้า เพื่อหวังว่าจะทำให้บรรดาคน ‘รักดอก’ ทั้งหลายความเข้าใจดอกไม้นานาชนิดมากขึ้น เพราะเราเชื่อว่า ไม่มีดอกใดหรอกที่เกิดมาเพื่อเป็นสิ่งอัปมงคล นอกจากจะโดนยัดเยียดและตราหน้า จากตำนานหรือความเชื่อที่เล่าขานสืบต่อกันมาเนิ่นนาน และหากเป็นแบบนั้น ดอกไม้หลายดอกคงน่าสงสารเกินไป – – หรือคุณว่าไม่จริง?

Sudsaijai

Previous Posts


  • 22 พฤษภาคม 2020
  • 620 Views

‘กระดังงาลนไฟ’ ยิ่งช้ำ ยิ่งร้อน ยิ่งต้องใจผู้ใช้งาน

    ทำไมผู้หญิงจึงถูกเปรียบกับกระดังงาลนไฟ?     เพราะผู้หญิงถูกเปรียบดั่งดอกไม้มาแต่กาลก่อ

  • 20 พฤษภาคม 2020
  • 503 Views

เปิดตำนาน ‘Vinok’ ทำนายชีวิตด้วยมงกุฎดอกไม้สไตล์ยูเครน

Photo Credit : In Ukraine, These Stunning Floral Crowns Are In Style   มงกุฎดอกไม้ ทำนายชะ

  • 19 พฤษภาคม 2020
  • 738 Views

อิเคบานะ : ศิลปะแห่งการมองความงามของดอกไม้และชีวิต

  • Culture
  • รตา มนตรีวัต
  • 738 Views

    มากกว่าการจัดดอกไม้ การจัดอิเคบานะคือการจัดใจ     อิเค (ike) แปลว่า มีชีวิต    บานะ (b

  • 12 พฤษภาคม 2020
  • 1380 Views

‘ลิลลี่’ หยาดละอองของทางช้างเผือกที่ผลิบานบนผืนดิน

    เป็นที่รู้กันว่าเทพีวีนัสครองตำแหน่งด้านความงามอันเป็นที่สุดในบรรดาทวยเทพทั้

  • 11 พฤษภาคม 2020
  • 1031 Views

พับดอกบัวก่อนถวายพระ มากกว่าศิลปะคือ ‘หลักธรรม’

  • Culture
  • พัธรพงศ์
  • 1031 Views

    ไม่ต้องถามให้มากความก็รู้ว่า ‘ดอกบัว’ เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของศาสนาพุทธด

Recent Posts


รวมต้นไม้หน้าตาเก๋ไก๋ เพิ่มดีไซน์ให้คอนโด

รองเท้าดอกบัวของหญิงสาว และชายผู้ถูกทำให้กลายเป็นจักรพรรดิอยู่ร่ำไป

จากกลีบดอกไม้ร้อยสีสัน สู่เหล่าแมลงหลากชนิด

RakDok HOROSCOPE ทำนายดวงชะตา ๑๒ ราศีระหว่างวันที่ ๑๖ ถึง ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ โดย ศรีปราชญ์

  • Horoscope
  • ศรีปราชญ์
  • 430 Views

เทรนด์ดอกไม้มือสอง การใช้ดอกไม้ซ้ำเพื่อลดโลกร้อน

  • Press
  • รตา มนตรีวัต

RakDok Ep.9 : ดอกไม้แห่งความรัก (Flowers of Love)