Skip to content

Floral Inspiration Edutainment

RakDok (รักดอก)

ดอกกระทุ่ม แฟชั่น และของมงคล


  • 23 กันยายน 2020
  • 93 Views
ดอกกระทุ่ม แฟชั่น และของมงคล

จากต้นไม้แห่ง ‘องค์กฤษณะ’ สู่ทรงผมโบราณของไทย

    ‘ทรงดอกกระทุ่ม’ เป็นชื่อเรียกแฟชั่นทรงผมของสตรีสมัยกลางยุครัตนโกสินทร์ ทรงดอกกระทุ่ม มีลักษณะเป็นผมสั้นหวีเสยที่ด้านหน้าโป่งพองเล็กน้อย แต่ใครกันจะรู้จักต้นกระทุ่มเป็นอย่างดี และรู้ว่านี่คือต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เปรียบดังตัวแทนแห่งองค์กฤษณะด้วย

    ‘กระทุ่ม’ เป็นต้นไม้โบราณที่ยืนต้นต้านทานกาลเวลามาจนถึงยุคปัจจุบัน แม้ว่าทุกวันนี้กระทุ่มจะเป็นคล้ายไม้ในจินตนาการที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะสำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง เพราะแต่ไหนแต่ไร ต้นกระทุ่มนั้นเป็นไม้ใหญ่ซึ่งมักพบได้ตามบ้านไร่ปลายนา ทำหน้าที่คอยแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่เกษตรกรชาวไร่ แม้จะเคยนำกระทุ่มมาใช้ปลูกตกแต่งอาคารบ้านเรือนกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก เนื่องจากเป็นไม้ใหญ่ที่มีข้อจำกัดในการปลูก คนสมัยใหม่จึงอาจรู้จักดอกกระทุ่มเพียงแค่คำเรียกทรงผมสมัยโบราณซึ่งเห็นกันในละครพีเรียดช่วงค่ำ

ทรงผมดอกกระทุ่ม ตัดผมด้านท้ายทอยให้สั้นขึ้นและหวีเสยด้านหน้าให้ตั้งสูง จับด้วยน้ำมันตานีหอมให้ทรงอยู่ตัว และจะไม่มีการทัดหรือตกแต่งทรงผมด้วยดอกไม้สด – ประวัติศาสตร์ชาติไทยและข่าวสาร

     ในสยามประเทศ ผมทรงดอกกระทุ่มถือกำเนิดขึ้นในช่วงกลางถึงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนหน้านั้นในช่วงต้นรัชกาล หญิงชาววังนิยมไว้ผมยาวประบ่า หวีเสยหรือแสกกลางแล้วจับด้วยน้ำมันตานีให้อยู่ทรง หากไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด แฟชั่นทรงผมกับสตรีก็เป็นสิ่งที่ไม่จีรัง หลังจากความนิยมผมยาวประบ่าเริ่มจางไป สตรีในยุคนั้นก็หันมาตัดผมสั้นเกรียนทั้งศีรษะ เว้นด้านหน้าเอาไว้ให้ตั้งชี้จนมีลักษณะดุจเดียวกับดอกกระทุ่ม หรือปล่อยให้ผมด้านหน้ายาวขึ้นอีกนิดแล้วหวีเสยขึ้นไป ใช้น้ำมันตานีจับให้ผมตั้งสูงได้รูป ซึ่งก็อนุโลมให้เรียกผมในลักษณะนี้ว่า ‘ทรงดอกกระทุ่ม’ เช่นกัน นอกจากจะนับเป็นแฟชั่นซึ่งถือกันว่างามตาในสมัยนั้นแล้ว การที่สตรีไทยทั้งในและนอกราชสำนักนิยมตัดผมทรงดอกกระทุ่มนั้น อาจเพราะความเชื่อว่าเป็นมงคล เพราะคตินิยมที่ว่าต้นและดอกกระทุ่มเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์และของมงคล เป็นความเชื่อของชาวอินเดียซึ่งแพร่สู่สยามในยุคนั้น

    ข้ามฟากมายังอินเดีย ต้นตำรับความเชื่อในเรื่องความเป็นสิริมงคลของต้นกระทุ่มมาจากตำนานชาวอินเดียโบราณ ที่เชื่อว่ากระทุ่มคือต้นไม้อมตะ เพราะในคราวกวนเกษียรสมุทรบนสรวงสวรรค์ พญาครุฑซึ่งได้ดื่มน้ำอมฤตนั้นบินมาเกาะที่กิ่งของต้นกระทุ่ม น้ำอมฤตที่ติดอยู่ตรงจงอยปากจึงหยดลงมาบนต้นไม้ ส่งผลให้ต้นกระทุ่มจับพลัดจับผลูกลายเป็นต้นไม้อมตะไปด้วย เรื่องเล่าในฝั่งอินเดียยังกล่าวโยงต่อมาว่า ในอินเดียนั้นมีทะเลสาบขนาดใหญ่ชื่อว่า ‘กาลิยทหะ’ ซึ่งเป็นที่อยู่ของพญานาคนามว่า ‘กาลิยะนาคา’ ตรงกลางของทะเลสาบมีเกาะเล็กๆ ซึ่งมีเพียงต้นกระทุ่มตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว ทั้งที่รอบด้านไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย เพราะลมหายใจของกาลิยะนาคามีฤทธิ์ทำลายล้างสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์ที่ไปโดน เว้นแต่ต้นกระทุ่มซึ่งเป็นต้นไม้อมตะเท่านั้นที่ยังคงเติบโตอยู่ได้ และต่อมา องค์พระกฤษณะในวัยเด็กทรงกระโดดลงไปเล่นน้ำในทะเลสาบนี้ แล้วโดนกาลิยะนาคารัดเอาไว้ หากองค์กฤษณะผู้ฤทธามากกว่าก็ปราบพญานาคลงได้ และไล่พญานาคไปอยู่เสียที่อื่น

    เรื่องราวระหว่างต้นกระทุ่มกับองค์กฤษณะยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ว่ากันว่านอกจากเปลือกของต้นกระทุ่มจะเป็นสีดำเหมือนสีวรกายของพระองค์แล้ว พระกฤษณะยังเคยนำบรรดาชายามานั่งชิงช้าพักผ่อนหย่อนใจกันใต้ร่มเงาของต้นกระทุ่มด้วย ทำให้ต้นไม้ชนิดนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำองค์พระกฤษณะ ผู้ที่เคารพบูชาพระกฤษณะในอินเดียจึงมักนิยมใช้ดอกกระทุ่มบูชาถวายเมื่อถึงช่วงเทศกาลต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเทศกาล Jhulan Yatra ในช่วงราวเดือนกรกฎาคม – สิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นเทศกาลที่รำลึกถึงความรักขององค์พระกฤษณะและชายา เมื่อคราวมาโล้ชิงช้าอยู่ใต้ต้นกระทุ่ม

ดอกกระทุ่ม

    ต้นกระทุ่มนับเป็นหนึ่งในพันธุ์ไม้เก่าแก่ที่มีเรื่องราวโยงใยกับวิถีชีวิตของชาวไทยและอินเดียมาเนิ่นนาน นอกจากเรื่องราวตามตำนานทั้งหลายแล้ว เมื่อมองในความเป็นจริง ดอกกระทุ่มยังมีลักษณะแปลกตาน่าเอ็นดู ด้วยสัณฐานกลมมีสีเหลืองอ่อนอยู่ด้านใน ด้านนอกปกคลุมด้วยเกสรสีขาวเส้นเล็กๆ แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ชื่นใจ ต้นกระทุ่มบางสายพันธุ์ยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรรักษาอาการป่วยไข้ได้หลายหลาก แถมไม้กระทุ่มยังมีเนื้อละเอียดเหมาะแก่การนำไปทำอุปกรณ์ใช้สอยทั้งหลาย กระทุ่มจึงถือเป็นพันธุ์ไม้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยเรื่องเล่า ทั้งทรงคุณค่า และน่าเสียดายหากจะถูกปล่อยให้ค่อยๆ สูญหายตายไปกับกาลเวลา จนกลายเป็นไม้ที่หาได้เพียงแค่จากเรื่องเล่าในตำนานเท่านั้น

อ้างอิง

https://www.doctor.or.th
https://www.learnreligions.com
https://medthai.com

Sudsaijai

Previous Posts


  • 16 กันยายน 2020
  • 362 Views

แวะจิบชาร้อนอวลกลิ่นดอกไม้ที่ Aoyama Flower Market Tea House

ตะลอนข้ามประเทศไปหาชาและดอกไม้     ทุกครั้งที่มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่นนอกจากการได้นั่งรถไฟออกนอ

  • 15 กันยายน 2020
  • 340 Views

RakDok HOROSCOPE ทำนายดวงชะตา ๑๒ ราศีระหว่างวันที่ ๑๖ ถึง ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ โดย ศรีปราชญ์

  • Horoscope
  • ศรีปราชญ์
  • 340 Views

HOROSCOPE รักดอกดวง by ศรีปราชญ์ 085-280-8052 ภาพ: MANASAWii (ทำนายดวงชะตาระหว่างวันที่ ๑๖

  • 14 กันยายน 2020
  • 310 Views

ดอกนี้ดีต่อใจ รวมดอกไม้ที่เป็นมิตรกับฮวงจุ้ยในบ้านคุณ

ดอกไม้เสริมทั้งความงาม เสริมทั้งดวง     นอกจากหน้าที่ไม้ประดับ ในบางครั้งดอกไม้ก

  • 2 กันยายน 2020
  • 305 Views

คู่มือการชมดอกไม้ป่าบนรถด้วยความเร็วสูง (ฉบับเบลอ)

  • Culture
  • รตา มนตรีวัต
  • 305 Views

    ก็ใครจะมีเวลาวิ่งลงจากรถไปชมดอกไม้ริมทางกันเล่า     การชมดอกไม้ป่ามักมาคู่กับ Road Tri

  • 31 สิงหาคม 2020
  • 546 Views

RakDok HOROSCOPE ทำนายดวงชะตา ๑๒ ราศีระหว่างวันที่ ๑ ถึง ๑๖ กันยายน ๒๕๖๓ โดย ศรีปราชญ์

  • Horoscope
  • ศรีปราชญ์
  • 546 Views

HOROSCOPE รักดอกดวง by ศรีปราชญ์ 085-280-8052 ภาพ : MANASAWii (ทำนายดวงชะตาระหว่างวันที่ ๑

Recent Posts


รวมต้นไม้หน้าตาเก๋ไก๋ เพิ่มดีไซน์ให้คอนโด

รองเท้าดอกบัวของหญิงสาว และชายผู้ถูกทำให้กลายเป็นจักรพรรดิอยู่ร่ำไป

จากกลีบดอกไม้ร้อยสีสัน สู่เหล่าแมลงหลากชนิด

RakDok HOROSCOPE ทำนายดวงชะตา ๑๒ ราศีระหว่างวันที่ ๑๖ ถึง ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ โดย ศรีปราชญ์

  • Horoscope
  • ศรีปราชญ์
  • 430 Views

เทรนด์ดอกไม้มือสอง การใช้ดอกไม้ซ้ำเพื่อลดโลกร้อน

  • Press
  • รตา มนตรีวัต

RakDok Ep.9 : ดอกไม้แห่งความรัก (Flowers of Love)